การทำสงครามกับสังกา

การยกทัพไปตีลังกา 2 ครั้ง ครั้งที่ 1. ยกไปตีลังกาในราวปี พ.ศ. 1750 ในสมัยของพระเจ้าปรักกรมพาหุ กษัตริย์แห่งลังกา ในการรบครั้งนี้ได้รับชัยชนะ เป็นเหตุให้แสนยานุภาพของพระองค์แผ่ไปตลอดแหลมมลายู และเกิดมีอาณานิคมของตามพรลิงก์อยู่ในลังกา และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ลังกาต้องมอบพระพุทธสิหิงค์ให้ในโอกาสต่อมา และชาวลังกาเรียกพระนามของพระองค์ว่า ชวากะ ครั้งที่ 2.  ยกทัพไปตีลังกาครั้งนี้อยู่ในระหว่าง พ.ศ. 1801 – พ.ศ. 1803 หรือในราว พ.ศ. 1795 นักประวัติศาสตร์บางท่านมีความเห็นว่า ในการรบครั้งนี้พระองค์มิได้กรีฑาทัพไปโดยพระองค์เอง แต่มอบหมายให้ราชโอรสพร้อมด้วยนายพลคนสำคัญไปรบแทน การไปรบลังกาในครั้งหลังนี้พระเจ้าจันทนภาณุ ได้รับความช่วยเหลือจากทหารชาวทมิฬโจฬะ และพวกปาณฑย์ ซึ่งเป็นศัตรูกับชาวลังกามาแต่โบราณ และได้ยกพลขึ้นบกที่มหาติตถะ ทางฝ่ายนครศรีธรรมราช มีเจ้าชายวีรพาหุเป็นแม่ทัพในระยะแรกฝ่ายพระเจ้าจันทรภาณุมีชัยชนะในการรบ แต่ระยะหลังกองทัพของพวกปาณฑ์เกิดกลับใจไปร่วมรบกับพวกลังกาตีพวกโจฬะแตกพ่าย ทำให้ทัพของพระเจ้าจันทรภาณุถูกล้อม... Read More →

การทำสงครามกับสังกา

การยกทัพไปตีลังกา 2 ครั้ง ครั้งที่ 1. ยกไปตีลังกาในราวปี พ.ศ. 1750 ในสมัยของพระเจ้าปรักกรมพาหุ กษัตริย์แห่งลังกา ในการรบครั้งนี้ได้รับชัยชนะ เป็นเหตุให้แสนยานุภาพของพระองค์แผ่ไปตลอดแหลมมลายู และเกิดมีอาณานิคมของตามพรลิงก์อยู่ในลังกา และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ลังกาต้องมอบพระพุทธสิหิงค์ให้ในโอกาสต่อมา และชาวลังกาเรียกพระนามของพระองค์ว่า ชวากะ ครั้งที่ 2.  ยกทัพไปตีลังกาครั้งนี้อยู่ในระหว่าง... Read More →

ราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราช

ราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราช เป็นราชวงศ์หนึ่ง ของสยามประเทศที่เคยมีอำนาจปกครอง อาณาจักรศรีธรรมาราช ซึ่งปกครองเมืองใหญ่ต่างๆ ในคาบสมุทรมลายู จำนวน 12 เมือง เรียกว่า เมืองสิบสองนักษัตร เมื่อสมัยสุโขทัยเรืองอำนาจ เป็นอาณาจักรไทยทางภาคเหนือและภาคกลาง อาณาจักรศรีธรรมาราช ก็มีอำนาจรุ่งเรืองทางภาคใต้ อาณาจักรศรีธรรมาราชเป็นมิตรที่ดีต่ออาณาจักรสุโขทัย มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมโดยเฉพาะพระพุทธศาสนา มีการส่งพระสงฆ์ไปยังอาณาจักรสุโขทัย เพื่อเผยแพร่พระพุทธศาสนา... Read More →

การปกครองวัฒนธรรม

ราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราชคงจะได้พิจารณาเห็นแล้วว่า  แนวคิดในการสร้างบ้านแปงเมืองตามแบบเดิมซึ่งเป็นคติของศาสนาพราหมณ์  น่าจะมีจุดอ่อนในเรื่องการกระจุกตัวของชุมชน  ประกอบกับมีข้อจำกัดจากสภาพภูมิประเทศของดินแดนในคาบสมุทร  ซึ่งไม่สามารถขยายหรือพัฒนาพื้นที่เพื่อการเกษตรที่กว้างขวางและมั่นคงได้  อย่างไรก็ดี  ดินแดนแถบนี้ตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นจุดเชื่อมหรือจุดแวะพักของเรือสินค้า ที่สำคัญ  ที่เดินระหว่างดินแดนตอนใต้ของจีนกับดินแดนฝั่งตะวันตกของทะเลแดงและอินเดีย ตอนใต้  ลักษณะเช่นนี้ย่อมก่อให้เกิดความได้เปรียบในเรื่องการค้างทางทะเลกับรัฐภาย นอก  รวมทั้งได้เปรียบตรงที่มีทรัพยากรธรรมชาติด้านเหมืองแร่และผลิตผลจากป่ามาก  ภายใต้สภาพแวดล้อมและพื้นฐานทางเศรษฐกิจการค้าดังกล่าว  ชุมชนซึ่งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลที่เป็นสถานีการค้ากับชุมชนที่ห่างจากชาย ฝั่งเข้าไปในดินแดนภายในจะสามารถอาศัยความผูกพันทางเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์  กับความชำนาญเฉพาะในการผลิตมาสร้างโอกาสในการแสวงหารายได้จากจำหน่ายหรือแลก เปลี่ยนสินค้ากับต่างชาติได้มากกว่าการผลิตแบบเดิม  จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยน... Read More →

ความสัมพันธ์กับอาณาจักรทางเหนือ

เมื่อสมัยสุโขทัยเรืองอำนาจ ของอาณาจักรไทยทางภาคเหนือและภาคกลาง อาณาจักรนครศรีธรรมราช เองก็มีอำนาจรุ่งเรืองในภาคใต้ อาณาจักรนครศรีธรรมราชเป็นมิตรที่ดีต่ออาณาจักรสุโขทัย มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมโดยเฉพาะพระพุทธศาสนา มีส่งพระสงฆ์ไปยังอาณาจักรสุโขทัย เพื่อเผยแพร่พระพุทธศาสนา ยังไม่ปรากฏหลักฐานเป็นที่แน่ชัดว่า อาณาจักรนครศรีธรรมราชยอมเข้ารวมเป็นส่วนหนึ่ง ของประเทศไทยในปัจจุบัน ตั้งแต่ในสมัยใด แต่จากการสันนิษฐานคาดว่า อาณาจักรนครศรีธรรมราชคงเป็นประเทศราชของอโยธยาและสุโขทัยตามลำดับมาตั้งแต่ ประกาศเอกราชจากศรีวิชัย เนื่องจากประวัติศาสตร์ของสองนครนั้นกล่าวว่านครศรีธรรมราชเป็นประเทศราชของ ตนในช่วงต่อเนื่องกันพอดี และต่อมาคงได้มีเอกราชอยู่สักระยะหนึ่ง จึงเข้ามาเป็นประเทศราชของอาณาจักรไทยอีกครั้งในสมัยอาณาจักรอยุธยาในประมาณ... Read More →

เมืองใต้ปกครอง 12 เมืองนักษัตร

ด้วยระบบการปกครองแบบ ธรรมราชา ส่งผลให้พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชมีเมืองบริวาร 12 เมือง  เรียกว่า เมืองสิบสองนักษัตร แต่ละเมืองกำหนดให้ใช้สัตว์เป็นตราเมืองดังนี้ เมืองสายบุรี ใช้ตราหนู  (ชวด) เมืองสายปัตตานี ใช้ตราวัว  (ฉลู) เมืองกะลันตัน ใช้ตราเสือ  (ขาล) เมืองปะหัง  ใช้ตรากระต่าย ... Read More →

ความเป็นมาและอาณาจักรก่อนหน้า

ช่วงเวลาของ อาณาจักรตามพรลิงค์ เริ่มตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 8  จนถึงที่ 17  ในเวลานั้นที่สภาพที่ตั้งของตามพรลิงค์มีสภาพเหมาะแก่การค้าทางทะเลกว่า ชุมชนอื่น  เพราะอยู่กึ่งกลางระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับทะเลจีนใต้  เวลานั้นชาวจีนและชาวอินเดียที่นิยมติดต่อค้าขายและเผยแผ่ศาสนาได้แวะพักหลบ มรสุมที่ดินแดนแห่งนี้  เป็นผลให้วัฒนธรรมอินเดียเข้ามาสู่ชุมชนแห่งนี้ไปโดยปริยาย  ตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 8 เป็นต้นมา มีร่องรอยความแพร่กระจายของศิลปวัตถุเนื่องในศาสนาพราหมณ์ลัทธิไวษณพนิกาย และลัทธิไศวนิกายมีปรากฏร่องรอยให้เห็นชัดเจน โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอสิชลและอำเภอท่าศาลาปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้นหลักฐานศิลาจารึกหุบเขาช่องคอยซึ่งมีอายุในช่วงพุทธศตวรรษที่... Read More →