อาณาจักรศรีวิชัย

อาณาจักรศรีวิชัย หรือ อาณาจักรศรีโพธิ์ เกิดในปี พ.ศ. 1202 ก่อตั้งโดยราชวงศ์ไศเลนทร์ ในช่วงที่อาณาจักรฟูนันล่มสลาย เป็นอาณาจักรของชาติพันธุ์มลายูโบราณ มีอาณาเขตครอบคลุมมลายู เกาะชวา เกาะสุมาตรา ช่องแคบมะละกา ช่องแคบซุนดา และบริเวณภาคใต้ของประเทศไทย พื้นที่อาณาจักรแบ่งได้สามส่วน คือส่วนคาบสมุทรมลายู เกาะสุมาตรา และหมู่เกาะชวา โดยส่วนของชวาได้แยกตัวออกไปตั้งเป็นอาณาจักรมัชปาหิต ต่อมาเมื่ออาณาจักรศรีวิชัยอ่อนแอลง อาณาจักรมัชปาหิตได้ยกทัพเข้ามาตีศรีวิชัย ได้ดินแดนสุมาตราและบางส่วนของคาบสมุทรมลายูไป และทำให้ศรีวิชัยล่มสลายไปในที่สุด ส่วนพื้นที่คาบสมุทรที่เหลือ ต่อมาเชื้อพระวงศ์จากอาณาจักรเพชรบุรี ได้เสด็จมาฟื้นฟูและตั้งเป็นอาณาจักรนครศรีธรรมราช ตามหลักฐานระบุว่า อาณาจักรศรีโพธิ์ หรือศรีวิชัย สถาปนาขึ้นในวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 1202โดยใช้หลักการทางดาราศาสตร์ฟิสิกส์ ตรวจหาวันที่จากเหตุการณ์ทางดาราศาสตร์ ที่อ้างอิงถึงในตำนานท้องถิ่นเกี่ยวกับการสถาปนาอาณาจักรที่ว่าหลังเสร็จสิ้นสงครามแย่งช้าง ต่อมาได้เกิดสุริยคราสแหวนเพชร ขึ้นในท้องที่ดังกล่าว หลังจากนั้นอีก 7 วัน มหาราชทั้งสอง ได้ทำพิธีบรมราชาภิเษกที่เขาสุวรรณบรรพต แล้วขึ้นครองราชสมบัติ สถาปนาอาณาจักรศรีโพธิ์  อาณาจักรศรีวิชัย แต่เดิมผู้คนส่วนใหญ่นับถือพระพุทธศาสนา แต่ก็ได้ติดต่อกับพ่อค้าอาหรับมุสลิมที่เดินทางผ่านเพื่อไปยังประเทศจีน ดังนั้นในเวลาต่อมาศาสนาอิสลามจึงได้เผยแพร่ไปยังมะละกา กลันตัน ตรังกานู ปาหงะ และ ปัตตานี… Read More อาณาจักรศรีวิชัย

แคว้นไทรบุรี

แคว้นไทรบุรีเคยเป็นหัวเมืองมลายูแห่งหนึ่ง ในพระราชอาณาเขตทางใต้ มีฐานะเป็นประเทศราชของไทย ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศมาเลเซีย มีสุลต่านปกครองตามระบอบรัฐธรรมนูญ สันนิษฐานว่า ไทรบุรีอยู่ใต้การปกครองของไทย ตั้งแต่สมัยสุโขทัยเช่นเดียวกับ กลันตัน ตรังกานู เประ และมะละกา แต่ไทยต้องยกดินแดนดังกล่าวนี้ให้อังกฤษ ในปี พ.ศ.2452 ไทรบุรีมีอีกชื่อหนึ่งว่า เคดาห์   ไทรบุรี ตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแหลมมลายู ทิศเหนือจดปะลิส และสงขลา ทิศตะวันออกจดสงขลา และรามัน ทิศตะวันตก ตกทะเลตรงช่องแคบมะละกา ไทรบุรีมีหมู่เกาะรวมอยู่ด้วย เกาะใหญ่ที่สุดคือ เกาะลังกาวี นครหลวงคือ อลอร์สตาร์ เมืองท่าสำคัญคือ กัวลาปะหัง และกัวลาเมอร์บก ในด้านศาสนานั้น แต่เดิมชาวไทรบุรี นับถือพระพุทธศาสนา ต่อมาพวกมลายูอพยพจากเกาะสุมาตรา มาอยู่ในไทรบุรี และเจ้าเมืองคนที่เจ็ดได้เปลี่ยนศาสนา ไปนับถือศาสนาอิสลาม ชาวพื้นเมืองเดิมก็พากันรับนับถือศาสนาอิสลาม พวกมลายูจึงเรียกพวกนี้ว่า พวก สามสามหรือ สยามอิสลามไทรบุรี เคยตกเป็นเมืองขึ้นของอาณาจักรศรีวิชัย ต่อมาเมื่ออาณาจักรมะละกามีอำนาจขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 21 ไทรบุรีก็ตกเป็นเมืองขึ้นของมะละกาบ้าง ของไทยบ้าง ครั้นมะละกาตกไปเป็นเมืองขึ้นของโปรตุเกส ในปี พ.ศ.2054 ไทรบุรีจึงตกเป็นเมืองขึ้นของไทยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า ฯ… Read More แคว้นไทรบุรี

อาณาจักรพริบพรี

อาณาจักรพริบพรี หรือ เพชรบุรี แคว้นหนึ่งของประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์อยุธยาโดยตรง ทั้งนี้มีกษัตริย์ปกครองราชอาณาจักร ภายหลังเกิดโรคระบาดจึงได้มีการย้ายการตั้งถิ่น ความสำคัญของทฤษฎีหนึ่งของนักประวัติศาสตร์ให้ความสำคัญถึงที่มาของกษัตริย์ผู้สถาปนากรุงศรีอยุธยา ก็คือ พระเจ้าอู่ทอง ซึ่งมาการกล่าวอ้างในหนังสือลาร์ลูแบร์ และคำให้การของคนกรุงเก่า มีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานอยู่ในสองฝั่งของแม่น้ำเพชรบุรี พริบพรี เป็นเมืองหรือนครรัฐขนาดย่อม ที่รุ่งเรืองขึ้นมาภายใต้อาณาจักรทวารวดี จนเมื่ออิทธิพลทางการเมืองของขอมแผ่เข้ามาครอบงำหลังพุทธศตวรรษที่ 16 จึงปรากฏนาม พัชรปุระ หรือ วัชรปุระ ตามจารึกของขอมหลายแห่ง และยังปรากฏอีกนามหนึ่ง ชัยวัชรปุระเมื่อชัยวรรมันเทพที่ 7 ขึ้นมาเป็นกษัตริย์ปกครองอาณาจักรขอมตามบันทึกของราชวงศ์หยวนระบุว่า พ.ศ. 1837 พริบพรีได้ ส่งทูตไปเยือนราชสำนักจีนพร้อมกับบรรณาการ ศ.ยอร์จ เซเดซ์ ถ่ายทอดความหมายของ ก่าน มู่ ติง ว่าหมายถึง กัมรเดง อันเป็นตำแหน่งขุนนางในภาษาเขมร เทียบเท่ายศเจ้าเมือง ขณะที่ ปี้ ฉา ปู้ หลี่ หมายถึง เพชรบุรี นั่นแสดงว่า สถานะของเพชรบุรี ในห้วงปี พ.ศ. 1837 เป็นเพียงนครรัฐของชาวสยามที่ทำมาค้าขายกับชาวจีน มิใช่สถานะ รัฐ… Read More อาณาจักรพริบพรี

อาณาจักรมะละกา

มะละกาเป็นอีกหนึ่งเมืองที่มีประวัติยาวนานอยู่ในตอนใต้ของไทยในอดีต มะละกาเป็นเมืองศูนย์กลางทางการค้าระหว่างตะวันออกและตะวันตกบนช่องแคบมะละกามากว่า 500 ปี มีลักษณะของสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างศิลปกรรมโปรตุเกส ดัตช์ และมลายู ได้รับการยกย่องให้เป็นนครประวัติศาสตร์บนช่องแคบมะละกาจากองค์การยูเนสโกเมื่อราว พ.ศ. 1800 เจ้าชายปรเมศวรหรือปาราเมิสวาราได้ทรงอพยพออกจากปาเล็มบัง เหตุเนื่องด้วยการรุกรานจากอาณาจักรมัชปาหิต ซึ่งก่อนที่จะมาถึงมะลากานั้น เจ้าชายปรเมศวรได้เข้าไปตั้งเมืองอยู่ที่ตูมาซิกเตมาเซก หรือสิงคโปร์ในปัจจุบัน แต่เนื่องด้วยในตอนนั้นตูมาซิก ตกอยู่ใต้อำนาจของสยาม ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งกับสยามและเจ้าชายองค์นี้จึงต้องออกเดินทางออกมา จนมาถึงที่มะละกา มาสร้างเมืองใหม่ที่นี่และกลายเป็นจักรวรรดิการค้าที่ยิ่งใหญ่ในอีก 200 ปีต่อมา และเป็นแหล่งแรกที่ศาสนาอิสลามเข้าสู่มาเลเซียผ่านทางพ่อค้ามุสลิมอินเดียที่มาจากปาไซ และเปลี่ยนการปกครองมาเป็นระบอบสุลต่าน   ต่อมา พ.ศ. 2052 โปรตุเกสเดินทางมาถึงมะละกาเพื่อขอตั้งสถานีการค้าแต่ถูกปฏิเสธ จนนำไปสู่สงครามระหว่างโปรตุเกส-มะละกา ซึ่งโปรตุเกสเป็นฝ่ายชนะเมื่อ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2054 มะละกาถูกเนเธอร์แลนด์ยึดครองเมื่อ พ.ศ. 2184 หลังจากเนเธอร์แลนด์ขับไล่โปรตุเกสออกไป ต่อมามะละกากลายเป็นอาณานิคมของอังกฤษตามสนธิสัญญาแองโกล-ดัตซ์ หรือสนธิสัญญาอังกฤษ-ฮอลแลนด์ พ.ศ. 2367ภายใต้การปกครองของอังกฤษ มะละการวมกับปีนังและสิงคโปร์ในชื่อนิคมช่องแคบซึ่งแยกต่างหากจากสหพันธรัฐมลายู หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มะละกาเข้ารวมอยู่ในสหภาพมาลายา และกลายเป็นส่วนหนึ่งของมาเลเซียเมื่อมาเลเซียได้รับเอกราชจากอังกฤษ

อาณาจักรลังกาสุกะ

ลังกาสุกะเป็นอาณาจักรโบราณยิ่งใหญ่ที่เชื่อว่ามีพื้นที่คลุมไปถึงตอนเหนือมาเลเซีย เพราะพบสิ่งก่อสร้างโบราณ แบบเดียวกับที่พบในปัตตานีแถวริมฝั่งแม่น้ำบูจังและปาดังลาวาส ปากแม่น้ำลาวาส ในรัฐเคดาห์ หนังสือเหล่านั้นเรียกอย่างจืดชืดไม่ดึงดูดใจสักนิดว่า เมืองโบราณยะรัง เพราะซากเมืองเก่าพบที่ อ.ยะรัง ทั้งที่มีความเก่าแก่รุ่งเรืองมาก่อน อาณาจักรศรีวิชัยและอาณาจักรทวาราวดีตั้ง 500 ปี ศรีวิชัยและทวาราวดีตั้งในพุทธศตวรรษที่ 12 ลังกาสุกะเป็นนครรัฐที่โลกตะวันตกตะวันออก รู้จักกันแล้ว ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 7 เมืองโบราณยะรังจึงไม่ใช่เมืองเก่าธรรมดา หากแต่เป็นเมืองท่านครรัฐยิ่งใหญ่ สมัยโบราณเก๋ากึ๊กในภูมิภาคนี้โดยแท้เมืองโบราณที่ กรมศิลปากร กำลังขุดแต่งอยู่ที่ อำเภอยะรัง ในขณะนี้คือ ศูนย์การปกครอง อาณาจักรลังกาสุกะ ในเมื่อบันทึก ชาวอินเดียและ ชาวอาหรับ ที่เรียกเมืองนี้ว่า ลังกาสุกะกับบันทึก ของชาวจีนที่เรียก หลาง หย่า ซุ่ยล้วนระบุทิศทางและ ที่ตั้งตรงกันหมด า ปัตตานีทุกวันนี้เป็นดินแดนเกิดขึ้นมาใหม่ เมื่อทะเลถอย ห่างฝั่งออกไปทุกที ลังกาสุกะเลยกลายเป็น เมืองภายในแผ่นดิน อยู่ห่างชายฝั่งทะเล ในวันนี้เกือบ 25 กม. ชายฝั่งบริเวณท่าเรือใหญ่ครั้งโน้น ปัจจุบันนี้คือ คลองปาเละหมู่บ้านกาแลบูซา ท่าเรือใหญ่หมู่บ้านเทียระยา หมู่บ้านเสากระโดงเรือ ต.ตันหยงลูโละ อ.เมือง… Read More อาณาจักรลังกาสุกะ

แคว้นสุพรรณภูมิ

อาณาจักรสุพรรณภูมิ หรือ แคว้นสุพรรณภูมิ เป็นแคว้นของชนชาติไทยในอดีต มีมาก่อนสถาปณากรุงศรีอยุธยา โดยมีเมืองอู่ทองเป็นเมืองหลวงสืบเนื่องจาก พระเจ้าไชยสิริกษัตริย์แคว้นโยนกเชียงแสน ครองเมืองชัยปราการ เมืองฝางอพยพผู้คนหนีการโจมตีจากพวกมอญลงมาทางใต้ บรรดาเชื้อพระวงศ์และผู้คนต่างที่อพยพลงมาด้วยได้พากันแยกย้ายไปตั้งบ้านเมืองของตนอยู่ตามแคว้นต่าง ๆ โดยมีเมืองใหญ่ ๆ 2 เมืองคือ เมืองอโยธยาแคว้นละโว้ และเมืองอู่ทองแคว้นสุพรรณภูมิ ต่อมา พระเจ้าไชยสิริทรงขยายอาณาเขตไปทางใต้และได้ปกครองแคว้นศิริธรรมราช และได้ตั้งเมืองนครศิริธรรมราช นครศรีธรรมรา เป็นเมืองหลวง ในช่วง พ.ศ. 1843-พ.ศ. 1893 เมื่องอู่ทองอยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรสุโขทัย แต่มีหลายความคิดเกี่ยวกับเมืองสุพรรณภูมิ เช่นต้นกำเนิดของพระเจ้าอู่ทองโปรดอ่านจาก ราชวงศ์สุพรรณภูมิ ยังคงมีความไม่ชัดเจนเรื่อง การปกครองแคว้นสุพรรณภูมิควบคู่ไปกับการปกครองอาณาจักรสุโขทัยในช่วงหลังการสถาปณากรุงศรีอยุธยา ภายหลังแคว้นสุพรรณภูมิได้ถูกลดความสำคัญลงเป็นหัวชั้นเมืองเอก เมืองหน้าด่านเท่านั้น การปกครองจะมีการแต่งตั้งผู้ปกครองที่มีเชื่อสายราชวงศ์ทั้งทางสุโขทัยและอยุธยามาปกครองโดยมีตำแหน่ง เจ้าเมืองอู่ทอง”ซึ่งเป็นศูนย์กลางการปกครองแคว้นสุพรรณภูมิสำหรับพระราชโอรสมักเรียกตามตำแหน่งสกุลยศว่า ขุนหลวง ในลักษณะคล้ายกับเมืองพิษณุโลกสองแคว และ ปกครองเมืองสรรค์แพรกศรีราชา นอกจากนี้พระมหากษัติผู้คลองกรุงศรีอยุธยา ต้องทรงแต่งตั้งพระชายาผู้สืบเชื้อสายจากผู้คลองอาณาจักรสุพรรณภูมิในตำแหน่ง ท้าวอินทรสุเรนทรด้วย  

นครศรีธรรมราช เมืองแห่งศิลปวัฒนธรรม

นครศรีธรรมราชเป็นจังหวัดหนึ่งที่ความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม ศิลปะ ในรูปแบบต่างๆมากมายสามารถทำให้เมืองแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองแห่งศลิปวัฒนธรรมของภาคใต้ซึ่งมีทั้ง แหล่งโบราณสถานที่มีมาเป็นพันๆปี และการรำ, การละเล่นต่างๆที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด นั้นเป็นเพราะว่า พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช และ เจ้าพระยานครน้อย ซึ่งปกครองเมืองนครศรีธรรมราชในสมัยนั้น นำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่เมือง ทำให้เป็นหัวเมืองใต้ที่มีความสำคัญทางการค้า และสังคม การเมือง ได้อย่างสำคัญมาก ในปี พ.ศ. 2475 ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ทำให้มีการตั้งเมืองต่างๆให้เป็นจังหวัด ซึ่งเมืองนครศรีธรรมราชก็กลายมาเป็นจังหวัดนครศรีธรรมราชอย่างที่เราได้ยินจนถึงปัจจุบัน นครศรีธรรมราชในปัจจุบันนั้นกลายเป็นเมืองแห่งวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย มีสถานที่สำคัญต่างๆมากมาย เช่น พระปฐมเจดีย์, อนุสาวรีย์พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช รวมถึงสถานที่สำคัญอื่นๆอีกมากมาย ชาวนครศรีธรรมราชมีหลากหลายศาสนา แต่ส่วนใหญ่นับถือ ศาสนาพุทธ รองลงมาคือ ศาสนาอิสลาม ทำให้จังหวัดนครศรีธรรมราชนั้นเป็นอีกจังหวัดที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและเชื้อชาติอย่างมาก ปัจจุบันจังหวัดนครศรีธรรมราชถือว่ามีความเจริญอย่างมากทั้งด้านการคมนาคมการขนส่งที่มีความสะดวก มีทั้งรถไฟ, เส้นทางถนนหลวงที่เดินทางมาอย่างง่ายดายกว่าสมัยก่อน รวมถึงท่าอากาศยานที่พร้อมให้การคมนาคมเข้าสู่จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นไปอย่างง่ายดาย   นอกจากนี้ภายในจังหวัดยังมีวัฒนธรรม ประเพณีที่สืบต่อกันมายาวนานอย่างเช่น ประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ ประเพณีสารทเดือนสิบ โดยเฉพาะชาวนครศรีธรรมราช ที่ได้รับอิทธิพลด้านความเชื่อ ซึ่งมาจากทางศาสนาพราหมณ์ โดยมีการผสมผสานกับความเชื่อทางพระพุทธศาสนาเข้ามาในภายหลัง

เมืองนครศรีธรรมราชหลังยุคสมัย พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช

พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ทรงเปลี่ยนเมืองทางใต้อย่างนครศรีธรรมราชให้กลายเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรือง รวมถึงการนำศิลปวัฒนธรรมมากมายเข้ามา จนทำให้นครศรีธรรมราชกลายเป็นเมืองแห่งศูนย์วัฒนธรรม เป็นเมืองแห่งแรกที่ถ่ายทอดความเป็นวัฒนธรรมไปยังหัวเมืองอื่นๆ จนกระทั่งพระองค์เสร็จสวรรคต ในช่วงประมาณ 1800 ปีก่อน ต่อมาเข้าสู่ยุคของกรุงรัตนโกสินทร์ ในสมัยที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้มีการแต่งตั้งอุปราช (พัฒน์) บุตรเขยของพระเจ้านครศรีธรรมราช  (หนู) ขึ้นเป็นเจ้าพระยานครศรีธรรมราช ซึ่งก็มีโอกาสเข้ารับราชการจนถึงปลายรัชกาลที่ 2 ก็ทรงลาออกจากตำแหน่งเนื่องด้วยว่าชราภาพมากแล้ว พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จึงได้โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบริรักษ์ ภูเบศรผู้ช่วยราชการเมืองนครศรีธรรมราชเป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ด้วยการทำงานและการบริหารบ้านเมืองที่ดีนั้นจึงทำให้เป็นที่นับถือของชาวเมืองนครศรีธรรมราชในสมัยนั้น ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย จึงโปรดเกล้าแต่ตั้งให้เป็นเจ้าพระยานครศรีธรรมราชอย่างเต็มตัว ซึ่งคนทั่วไปก็รู้จักท่านในนามว่า เจ้าพระยานครน้อย เจ้าพระยานครน้อย มีความสามารถและความเก่งกาจ ซึ่งช่วยเป็นผู้เข้าปราบปรามหัวเมืองมลายูได้สำเร็จรวมถึงการร่วมเจรจากับอังกฤษในสมัยรัชกาลที่ 2 และ 3 ในขณะนั้นเมืองนครราชธรรมราชจึงกลายเป็นเมืองที่มีอิทธิพลต่อมลายู รวมถึงร่วมการค้ากับทางอังกฤษ นอกจากนี้ยังแผ่อิทธิพลทางการค้าขายและทางการเมือง ในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้เป็นที่รู้จักในนามเมืองแห่งการค้าขาย อีกทั้ง เจ้าพระยานครน้อย ยังมีความสามารถในด้านการต่อเรือ จนได้รับสมญาว่าเป็น “นาวีสถาปนิก” นี้คือยุคสมันหนึ่งของจังหวัดนครศรีธรรมราช หลังจากยุคสมัยของ พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช

เมืองนครศรีธรรมราชในยุคสมัยอยุธยา

ก่อนที่ พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ทรงเดินทางเข้ามายังเมืองนครศรีธรรมราชนั้น ในช่วงสมัยอยุธยาที่รุ่งเรืองมากมีการค้าขายและการขนส่งต่างๆที่สำคัญอย่างมากในตอนนั้น เรียกว่าสมัยอยุธยาเป็นราชธานีนั้นรุ่งเรืองอย่างมาก ในสมัยนั้นคาดว่ามีจำนวนประชากรมากถึง 2 ล้านคนในอาณาจักร อยุธยาจึงขึ้นชื่อเรื่องของเมืองแห่งทอง มีการส่งมอบทองคำมูลค่ามหาศาลให้แก่เมืองอื่นๆมากมาย เช่น หัวเมืองเหนือ อย่างเชียงใหม่, เชียงราย, เชียงแสน และเมืองทางใต้อย่าง นครศรีธรรมราช ซึ่งต่อมาได้ถูกปกครองโดย พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ในช่วงยุคสมัยสุโขทัย นครศรีธรรมราช ถือว่าเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีความเก่าแก่ของเมือง มีสถานที่โบราณต่างๆรวมถึงบ่งบอกถึงความสำคัญของเศรษฐกิจ สังคม การปกครองในสมัยนั้นจากหลักฐานบอกว่า นครศรีธรรมราชมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางกว่า 1800 ปีมาแล้ว แต่ก็มีหลักฐานยืนยันว่าจังหวัดนครศรีธรรมราชนั้นอาจจะมีต้นกำเนิดมาในช่วง พุทธศตวรรษที่ 7 มีการค้นพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ถึงความเป็นมาของชื่อจังหวัดคาดว่าชื่อจังหวัดดังกล่าวนั้นอาจเกิดขึ้นในช่วงยุคสมัยของ พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ซึ่งทรงนำความรุ่งเรืองมาสู่ชาวเมืองนครศรีธรรมราชในตอนนั้น  คำว่า”นครศรีธรรมราช” น่าจะมาจากสร้อยพระนามของปฐมกษัตริย์ ผู้ครอง นครศรีธรรมราช คือพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช คํานี้ แปลความได้ว่า “นครอันงานสง่าแห่ง พระราชาผู้ทรงธรรม” และธรรมของราชา แห่งนครนี้ก็คือ ธรรมแห่ง พระพุทธศาสนา ราชวงศ์ศรีธรรมาโศกราช ได้สถาปนาพระพุทธศาสนา ลัทธิลังกาวงศ์ ขึ้นอย่างมั่นคงในนครศรีธรรมราช มีการบูรณะพระเจดีย์เดิม ให้เป็นทรงระฆังคว่ำ ให้เป็นศิลปะที่สวยงาม

อนุสาวรีย์พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช

อนุสาวรีย์พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดนครศรีธรรมราช ตั้งอยู่อ.เมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช เป็นปฐมกษัตริย์ผู้ครองนครศรีธรรมราช เป็นต้นราชวงศ์ ปทุมวงศ์เป็นผู้สร้างเมืองนครศรีธรรมราช จากชุมชนเดิมซึ่งมีชื่อเรียกว่า ตามพรลิงค์ บนหาดทรายแก้ว (บริเวณตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราชในปัจจุบัน) เมื่อปลายพุทธศตวรรษที่ 17 จนกลายเป็นนครรัฐหรือเป็นอาณาจักรใหญ่ในคาบสมุทรไทย ก่อนที่จะเข้ารวมอยู่ในราชอาณาจักรไทย สมัยกรุงศรีอยุธยาในต้นพุทธศตวรรษที่ 20 พระนามกษัตริย์ พระองค์นี้ ปรากฏอยู่ในหลักฐานประวัติศาสตร์ท้องถิ่นหลายชิ้น เช่น ตำนานเมืองนครศรีธรรมราช และจารึกดงแม่นางเมือง ในสมัยอดีตนั้น พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ทรงช่วยให้บ้านเมืองอยู่รอดปลอดภัยและช่วยทำให้เมืองนครศรีธรรมราชในสมัยนั้นอยู่อย่างสงบสุข อนุสาวรีย์พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ประดิษฐานอยู่ที่สวนสาธารณศรีธรรมาโศกราช บริเวณพื้นที่เรือนจำจังหวัด พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชเป็นผู้สร้างเมืองนครศรีธรรมราชขึ้นจนกลายเป็นแคว้นที่รุ่งเรืองสูงสุดในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 – 19 ตัวเมืองนครศรีธรรมราช หรือ “ตามพรลิงค์”ในยุคแรกที่มีการสร้างบ้านแปงเมืองนั้น นักโบราณคดีเชื่อว่าน่าจะตั้งอยู่ที่บริเวณเมืองพระเวียง(ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราชปัจจุบัน)  ทั้งนี้เพราะทำเลที่เหมาะในการติดต่อค้าขายทางทะเลมีลำน้ำที่สามารถออกสู่ทะเลได้ (คือคลองสวนหลวง คลองคูพาย และคลองท่าเรือ) ทรงสร้างชุมชนขึ้นเป็นเมืองซึ่งนับเป็นเรื่องที่ยุ่งยากใหญ่โตเป็นที่สุดเพราะมีปัญหานานัปการในแง่สื่อสารทำความเข้าใจและวิธีการรวมกลุ่มชนอย่างยิ่งการที่สามารถรวบรวมผู้คนที่กระจัดกระจายอยู่ในที่ต่างๆเข้าด้วยกันแล้วจัดการปกครอง และระบบสังคมเข้าเป็นเมืองได้ ย่อมนับเป็นความสามารถอย่างยิ่ง ชุมชนที่ตั้งขึ้นใหม่นี้เรียกว่า”นครศรีธรรมราช” ซึ่งแปลว่า “นครอันงามสง่าแห่งพระราชาผู้ทรงธรรม”